‘สุข...กับสิ่งที่มี’ เคล็ดลับดีๆ จากคุณจอย ตันติวงษากิจ

‘สุข...กับสิ่งที่มี’ เคล็ดลับดีๆ จากคุณจอย ตันติวงษากิจ
‘สุข...กับสิ่งที่มี’ เคล็ดลับดีๆ จากคุณจอย ตันติวงษากิจ
คุณจอย ตันติวงษากิจ นักธุรกิจสาวมากความสามารถ เป็นผู้หญิงที่ทำงานได้หลากหลายบทบาทและเต็มที่กับทุกหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะผู้หญิงทำงาน คุณแม่ที่น่ารักของลูกๆ และลูกสาวแสนสวยที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงอีกท่านที่ ‘ครบรส’ จน POSITIF อยากพาทุกท่านไปร่วมพูดคุยเพื่อจะได้รู้จักผู้หญิงเก่งของเราท่านนี้กัน

ตอนนี้คุณจอยทำอะไรอยู่?
ทำธุรกิจส่วนตัวของครอบครัว บริษัท Hollywood International Ltd. ก่อตั้งมา 50 กว่าปีแล้วค่ะ เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก ภายในบริษัทก็จะแบ่งย่อยเป็น 7 – 8 ธุรกิจ จอยจะเวียนดูแลในแต่ละส่วนของบริษัท ตอนแรกที่เข้ามาทำได้ทำหน้าที่ผู้ช่วยของ MD และเวียนขึ้นไปทำในส่วนของ Import แล้วก็มาดูในส่วนของแว่นตาแฟชั่น ทำอยู่ประมาณ 2 ปีก็เวียนมาทำเกี่ยวกับการประมูลงานราชการ และตอนนี้ก็กำลังดูอยู่ว่าจะย้ายไปส่วนไหนอีก เพราะเราต้องทำเป็นให้ได้หลายหน้าที่ในทุกส่วนของบริษัท

งานไหนที่ทำมาแล้วท้าทายความสามารถมากที่สุด?
จะเป็นงานเกี่ยวกับการประมูลงานของราชการ เพราะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบสูง ยากกว่าการทำงานปกติ คือถ้าเราทำงานผิดแค่นิดเดียวก็ตกประมูล ต้องละเอียดมาก เช็คแล้วเช็คอีกไม่ให้ผิดพลาด ตั้งแต่เคยทำมาก็ยังไม่เคยผิดพลาดเลย เพราะเราไม่เคยปล่อยลูกน้องทำกันเอง เราต้องมาเช็ดอีกทีเพื่อกันความผิดพลาด งานมีมูลค่าเยอะถ้าผิดขึ้นมาคือเป็นศูนย์

อุปสรรคที่เคยเจอเกี่ยวกับงานมีอะไรบ้าง?
เรื่องของการสื่อสาร เช่น เราไปคุยกับลูกค้า เราคาดการณ์ไม่ได้เลยว่าลูกค้าต้องการอะไร การที่เราไปคุยเองในตอนแรกแล้วให้ลูกน้องดำเนินการต่อ บางทีก็มีการประสานงานผิดพลาด ไม่เข้าใจกันบ้าง บางทีฝ่ายการเงินหากข้อมูลผิดพลาดไปนิดเดียวก็ไม่ได้ งานก็มีปัญหาเกิดความเสียหาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการประสานงานที่ยาก เพราะต่างคนก็ต่างความคิด ต่างความเข้าใจ เราจึงแก้ปัญหาด้วยวิธีการเมื่อกลับมาเราจะมาคุยกัน ทำความเข้าใจ ดูว่าปัญหาคืออะไร? เกิดจากอะไร? ต้องจัดการอย่างไร? ถ้าปัญหาใหญ่มากเราจะปรึกษาสามี เพราะมีประสบการณ์มากกว่า ทำงานมากว่า 30 ปี เราก็จะแก้ไขให้ผ่านไปได้ แต่ยังไม่เคยเจอปัญหาร้ายแรงถึงขั้นแก้ไม่ได้ แล้วเราจึงค่อยประสานงานไปยังฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

บุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิตและการทำงานคือใคร?
สามีค่ะ นี่ไม่ได้อวยกันเอง แต่คิดว่าเป็นโชคดีของเราที่ได้เค้าเป็นพ่อของลูก เพราะสามีเป็นคนที่รักครอบครัวมาก ขยันทำงานมาก เป็นผู้นำของการทำธุรกิจทุกๆ อย่าง เป็นหลักของบริษัทไม่ว่าจะเป็นบริษัทไหน หรือแผนกไหนเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ทุกคนจะต้องมารายงานและสามีก็ยินดีที่จะลงไปช่วยแก้ปัญหาให้ลูกน้องทุกๆ คน เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบไม่ว่าจะเรื่องการทำงาน การวางตัวในสังคม ธุรกิจก็ได้ แล้วยังเป็นพ่อที่ดีของลูกด้วย จะเห็นได้จากหลายๆ คน พ่อจะปล่อยให้แม่ดูแลลูกคนเดียว แต่สำหรับสามีนี่ไม่ใช่เลย เมื่อกลับบ้านมาทุกครั้งถ้ามีเวลาก็จะเล่นกับลูก สอนลูกทำนู่นทำนี่ คือในหน้าที่ธุรกิจก็ทำได้ดี ในหน้าที่พ่อของลูกก็ทำได้ดี ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีจนอยากจะทำตาม

ได้นำข้อดีของสามีมาปรับใช้อย่างไรบ้าง?
คือสามีก็จะคอยสอนตลอดว่าให้คิดในแง่บวก สามีเป็นคนคิดในแง่บวกมาก พอมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นสามีก็จะบอกตลอดว่าปัญหามันต้องมีทางแก้ จะสอนเราคิด คือตอนที่แต่งงานกันเราก็เด็กกว่าสามีประมาณ 10 ปี ความที่เค้าเป็นผู้ใหญ่การคิดการมองโลกก็มองได้กว้างกว่าเรา จะสอนเราคิด สอนเราพิจารณาในแง่ต่างๆ หลักการการแก้ไขปัญหาเราก็จะยึดสามีเป็นแบบอย่าง และตัวเราเองจะเป็นคนที่มีความสุขกับสิ่งที่มี ถ้าเราขวนขวายมากตัวเราเองก็จะไม่มีความสุข ถ้าเราไปดูคนที่เหนือกว่าเรา ตัวเราเองก็จะเครียด เรามีลูกที่น่ารัก มีสามีที่ดี มีพ่อแม่สามีที่คอยสนับสนุนเราทุกเรื่อง แค่นี้ก็ดีมากแล้ว เราต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขและเป็นแนวทางที่ทำให้ประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้

เรียกได้ว่าเป็น Working woman เต็มตัวเลยหรือไม่?
ในเรื่องของงานไม่ได้เป็น Working woman เต็มตัวค่ะ เพราะเรามีลูก 2 คน ไม่ได้ทำงาน 100% เราต้องแบ่งเวลามาดูแลลูกๆ ด้วย แต่ก็เข้าออฟฟิศทำงานทุกวัน ทำงานตั้งแต่ 9 โมง ถึงบ่าย 3 หลังจากบ่าย 3 เราต้องไปรับลูกที่โรงเรียนทั้ง 2 คน ที่ต้องไปรับลูกด้วยตัวเองเพราะเด็กสมัยนี้ไม่ได้เลี้ยงง่ายๆ เหมือนสมัยก่อน อยู่ประถมก็มีโปรเจ็ค ต้องทำงานผ่านไอแพด ไอโฟน แล้วเทคโนโลยีมันก้าวไกล เราต้องมาดูลูกตรงนี้ ยิ่งลูกเรียนสาธิตจุฬาสอบเก็บคะแนนแทบจะวันเว้นวัน เราต้องเอาเวลาตรงนี้มาให้ลูก หลังสามโมงเป็นเวลาของลูกหมดเลย ส่วนแฟนถ้าเกิดไม่มีงานเลี้ยงลูกค้า ตอนเย็นก็จะกลับถึงบ้านประมาณ 1 ทุ่ม หลังจากนั้นก็เป็นเวลาของครอบครัวอย่างเดียวเลย

คุณแม่ในแบบฉบับของคุณจอยมีวิธีการดูแลลูกอย่างไร?
เราจะเอาใจใส่ลูกในทุกเรื่อง คือเรียกได้ว่าทุกอย่างที่เป็นของลูกก็เหมือนเป็นของเราหมด ทั้งสอนการบ้าน ดูแลในชีวิตประจำวัน เรียนพิเศษ อาหาร สุขอนามัย คอยพาไปทำกิจกรรมต่างๆ ออกกำลังกาย ดูเรื่องเวลาว่างด้วย เด็กสมัยนี้ใกล้ชิดกับเทคโนโลยีมาก เค้าอาจจะเล่นเกม ดูโทรศัพท์เราต้องควบคุม เพราะสามีทำงานมาเหนื่อยแล้วจะเล่นกับลูกอย่างเดียว แต่เราต้องเป็นฝ่ายควบคุมเค้าดูชีวิตประจำวัน จะให้ลูกออกกำลังกายทุกวัน ขับถ่ายให้เป็นเวลา เราต้องมีส่วนในชีวิตของเค้าแทบจะทุกอย่างเพราะลูกเราก็ยังเด็กอยู่

วางอนาคตให้ลูกอย่างไรบ้าง?
จะสนับสนุนลูกทุกอย่างที่ลูกอยากทำ อยากเป็น เพราะถ้าได้ทำในสิ่งที่รักก็ง่ายที่จะประสบความสำเร็จ ไม่อยากปิดกั้นความคิด ความฝัน ตอนนี้ลูกยังเด็กความฝันอาจเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างเช่นลูกสาวจะชอบเข้าครัวมาก กลับมาจากโรงเรียนก็จะขอทำอาหารตลอดเวลา เราเลยคิดว่าอยากสนับสนุนในสิ่งที่ลูกชอบ ในเมื่อลูกอยากทำอาหารเราก็จะไปเข้าคอร์สเรียนด้วยกันแม่ลูก เพื่อกลับมาทำให้ครอบครัวทาน แต่ยังไม่อยากถึงขั้นเปิดร้าน เพราะกลัวว่าหากเราแบ่งเวลาไปทำแล้วจะทำให้ธุรกิจที่พ่อแม่สามีสร้างมาเกิดความเสียหาย

คุณจอยและสามีทำงานหนัก ลูกก็เรียนหนัก หาเวลาพักผ่อนอย่างไรบ้าง?
ถ้าไม่มีโปรเจ็คหรือต้องทำงานสำคัญก็จะไปเที่ยวกันตลอด กับลูกอย่างน้อยต้องมีปีละ 2 ครั้งคือปิดเทอมใหญ่กับปิดเทอมเล็ก ต้องพาไปเที่ยว แล้วก็จะมีไปเที่ยวกับพ่อแม่ของสามี ท่านทำงานมาจนเหนื่อยแล้ว ตอนนี้ท่านก็จะเที่ยวอย่างเดียว เราก็คอยไปดูแล ก็คือ 1 ปี จะเดินทางเที่ยวต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 6 - 7 ทริป



ตอนที่มีลูกแล้วกับตอนที่ยังไม่มีการดูแลตัวเองแตกต่างกันหรือไม่?
ต่างกันมาก คนแรกมีตอนอายุ 25 คลอดลูกออกมาไม่นานน้ำหนักก็ลง ยังไม่ซีเรียส ผิวพรรณสดใสไม่ต้องดูแลมาก พอมีคนที่สอง อายุขึ้นเลข 3 แล้ว ต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น ไฝ ฝ้า กระ จากที่ไม่เคยเป็นก็มาตามวัย กินแล้วอ้วนง่าย เพราะฉะนั้นการดูแลตัวเองในวัย 30 ขึ้นต้องดูแลตัวเองให้มากกว่าเดิม จึงเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจังมาประมาณ 3 ปี และการออกกำลังกายจะไม่ทำเพียงอย่างเดียว คืออ่านหนังสือมาเยอะ ถ้าเราออกกำลังกายซ้ำๆ กิจกรรมเดิมๆ ร่างกายจะจำว่าเราออกแต่แบบเดิม การเผาผลาญจะน้อยลง ไม่เห็นผล เพราะฉะนั้นเราต้องเวียนไป โยคะ ฟิตเนส บาสเก็ตบอล ปิงปอง แต่อาทิตย์หนึ่งยังก็ต้องออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 4 วัน

ต้องดูแลหลายอย่างให้เวลากับตัวเองอย่างไรบ้าง?
คือเราต้องดูแลหลายอย่าง งานด้วย ครอบครัวด้วย เราก็จะต้องไม่เครียด เป็นการดูแลตัวเองอย่างหนึ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด เพราะเราเริ่มมีอายุแล้วไปเครียดมากก็ไม่ดี แล้วเราก็จะออกกำลังกายช่วง 6 โมงถึง 1 ทุ่ม อาบน้ำดูแลการบ้านของลูกให้เสร็จ จัดตารางสอนจึงเข้านอน จะไม่นอนดึก เข้านอนพร้อมลูก ในตอนเช้าเราจะดื่มเครื่องดื่มดีท็อกซ์ จะช่วยเรื่องการขับถ่ายให้ดีขึ้น และตอนตื่นนอนทุกเช้าก็จะดื่มน้ำอุ่นบีบมะนาว เพื่อให้เลือดในร่างกายไหลเวียนดี ระบบขับถ่ายดี อาหารตอนเช้าไม่เคยขาดเพราะเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ส่วนตอนกลางวันจะทานเยอะหน่อย ในตอนเย็นก็จะไม่กินอะไรที่เป็นแป้ง แล้วก็ไม่กินของมันของทอด ของที่ทำให้อ้วนเพราะเราลูก 2 แล้วกินแบบนั้นอีกหน่อยจะอ้วนได้ ค่อยข้างดูแลตัวเองดี คือเราเป็นคนที่ไม่ซีเรียสเรื่องกิน ว่าจะต้องกินแต่ของที่อร่อย แต่เราจะทานแต่ของที่ดี อยากดูแลสุขภาพมากกว่า


Quote
“มีความสุขกับสิ่งที่มี ถ้าเราขวนขวายมากตัวเราเองก็จะไม่มีความสุข ถ้าเราไปดูคนที่เหนือกว่าเรา ตัวเราเองก็จะเครียด เรามีลูกที่น่ารัก มีสามีที่ดี มีพ่อแม่สามีที่คอยสนับสนุนเราทุกเรื่อง แค่นี้ก็ดีมากแล้ว เราต้องใช้ชีวิตให้มีความสุข”